
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ'ยิงและทำลายเรือลำใดก็ตาม'ที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
'ห้ามลังเลเด็ดขาด' ทรัมป์เขียนไว้ในโพสต์บนเว็บไซต์ Truth Social
ประธานาธิบดี กล่าวเสริมว่า เขาได้สั่งการให้เรือกวาดทุ่นระเบิดของสหรัฐฯ ดำเนินการกวาดล้างช่องแคบต่อไป ”โดยเพิ่มระดับการปฏิบัติการขึ้นเป็นสามเท่า!”
ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเพิ่มความตึงเครียดกับอิหร่านเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ซึ่งถูกปิดกั้นไปเกือบหมดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์
ทรัมป์ได้กดดันเตหะรานอย่างหนักให้เปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มั่นคง ซึ่งกำลังจะหมดอายุในสัปดาห์นี้ก่อนที่ประธานาธิบดีจะขยายเวลาออกไปฝ่ายเดียว
สหรัฐฯ ได้ทำการปิดล้อมทางทะเลตอบโต้ท่าเรือของอิหร่านในภูมิภาคนี้ เพื่อบีบให้เตหะรานยอมผ่อนปรนการควบคุมเส้นทางน้ำและเข้าสู่โต๊ะเจรจา
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ แถลงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ได้สั่งการให้เรือ 31 ลำหันกลับหรือเดินทางกลับเข้าท่าเรือแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดล้อม
ทรัมป์ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นผู้กำหนดทิศทางในช่องแคบ ไม่ใช่อิหร่าน
″เราควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์” เขากล่าวในโพสต์ Truth Social อีกครั้ง ในเช้าวันพฤหัสบดี
เขาเขียนว่า ”ไม่มีเรือลำใดสามารถเข้าหรือออกได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจากกองทัพเรือสหรัฐฯ บริเวณนั้นถูก ‘ปิดตายสนิท’ จนกว่าอิหร่านจะสามารถตกลงได้!!!”
ไม่ถึง 15 นาทีต่อมา ทรัมป์ได้แชร์บทความแสดงความคิดเห็น จากวอชิงตันโพสต์ อีกครั้ง โดยมีชื่อเรื่องว่า ”ทรัมป์ไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการจากอิหร่าน”
ทรัมป์เขียนว่า ” จริงที่สุด!!!”
ปริมาณการจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบยังคงต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมาก ซึ่งโดยปกติแล้วช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึง 20% ของโลก
ในยามสงบ เรือมากกว่า 100 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำ จะแล่นผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน แต่หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบโดยพฤตินัย จำนวนเรือเหล่านั้นลดลงเหลือเพียงหลักเดียวในเกือบทุกวัน
จากข้อมูลการติดตามของ LSEG พบว่ามีเรืออย่างน้อย 8 ลำแล่นผ่านช่องแคบในวันพุธ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันพุธว่า ”การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นไปไม่ได้” ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมอยู่














