กรมพัฒน์ ดึง 20 หน่วยงานรัฐ ลงนาม MOU ผนึกกำลังจัดการนอมินีให้สิ้นซาก

Category: พาณิชย์
Published on Sunday, 26 April 2026 04:34
Hits: 509

20หน่วยงานรัฐกรมพัฒน์ ดึง 20 หน่วยงานรัฐ ลงนาม MOU ผนึกกำลังจัดการนอมินีให้สิ้นซาก
      กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าจัดการนอมินีเชิงรุก ดึง 20 หน่วยงานลงนาม MOU วันที่ 29 เม.ย.นี้ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมกันใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการนอมินีให้สิ้นซาก ส่วนการป้องกันการจดนิติบุคคลบัญชีม้า ล่าสุดลดลงถึง 75% เตรียมลุยต่อจัดการในส่วนที่ยังหลุดรอด เผยผลลงพื้นที่ตรวจนอมินี 10 จังหวัด เจอผิดปกติ 7,537 ราย ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการแล้ว
      นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้รับนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ(นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น
      กรมจึงได้ขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุก ดึงให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 21 หน่วยงาน เข้ามาเป็นพันธมิตรในการดำเนินการกับนอมินี โดยได้เชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ร่วมกับ 21 หน่วยงาน ในวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล
     โดยการดำเนินการดังกล่าว เป็นการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
      สำหรับ 21 หน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย
     นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผลการสกัดกั้นการจดทะเบียนบัญชีม้านิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 หลังจากที่กรมได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ ปรากฏว่า ในช่วงไตรมาสแรก (1 ม.ค.-31 มี.ค.) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% โดยพบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 3,511 บริษัท และหลังจากเพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย.2569

       ส่งผลให้ช่วง 1-23 เม.ย.2569 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% คงเหลือ 175 บริษัท เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 658 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่าง ๆ ที่กรมได้ออกมา ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ก็ยังเหลือหลุดรอดอีก 25% ซึ่งกรมกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม โดยจะดูว่าที่ยังหลุดรอดมาจากอะไร จะได้เพิ่มมาตรการป้องกัน แต่ทั้งนี้ จะให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดีน้อยที่สุด
      ส่วนการป้องกันและปราบปรามนอมินี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568-23 เม.ย.2569 ได้นำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ
      ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว ได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีตามกฎหมาย ได้แก่ ส่ง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางเงิน 534 ราย ส่งกรมสรรพกาตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน 6,709 ราย ส่งสำนักงานประกันสังคม 137 ราย ส่ง บก.ปอศ. 117 ราย ได้แก่ สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย ตรวจสอบการทำผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ 25 ราย ส่งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 15 ราย
       นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบพบธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4,372 ราย ประกอบด้วยธุรกิจบัญชีหนึ่งซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด จำนวน 256 ราย ธุรกิจบัญชีสองและธุรกิจบัญชีสามที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ จำนวน 4,116 ราย โดยกรมจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100