QUICK โรดโชว์ส่งท้าย ก่อนเปิดจอง IPO วันแรก 9 ต.ค.นี้ ที่ราคาหุ้นละ 5.65 บาท

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Thursday, 08 October 2026 10:28
Hits: 196

 

QUICK โรดโชว์ส่งท้าย ก่อนเปิดจอง IPO วันแรก 9 ต.ค.นี้ ที่ราคาหุ้นละ 5.65 บาท ชูโซลูชันเชื่อม IT–IoT–AI หนุนองค์กรสู่ Digital Transformation พร้อมโชว์กำไรครึ่งปีแรกโต 105%

 

10157 QUICK

 

          บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเวที “QUICK IPO Press Conference & Retail Investor Roadshow” โชว์ศักยภาพธุรกิจก่อนเปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 32 ล้านหุ้น วันที่ 9, 12 และ 14 ตุลาคมนี้ ในราคาหุ้นละ 5.65 บาท คิดเป็นอัตราส่วน P/E ที่ 8.29 เท่า พร้อมเตรียมเข้าเทรด mai กลุ่มเทคโนโลยี 21 ตุลาคม 2569 

          QUICK ชูจุดแข็งผู้ให้บริการ Digital Transformation แบบครบวงจร เชื่อมระบบบริหารองค์กร ข้อมูลจากเครื่องจักร และ AI เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการทำงานของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมเผยกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 เติบโต 105.10% เตรียมนำเงินจากการระดมทุนต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่รองรับการเติบโตระยะยาว 

          นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยว่า งานโรดโชว์ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจโมเดลธุรกิจและศักยภาพการเติบโตของ QUICK มากขึ้น หลังบริษัทสั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากกว่า 20 ปี จากจุดเริ่มต้นด้านระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) สู่การเป็นผู้ให้บริการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation) ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ ออกแบบและพัฒนาระบบ ไปจนถึงบริการดูแลหลังติดตั้ง

          หัวใจของบริการ QUICK คือการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วนขององค์กรเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ข้อมูลด้านบัญชี การขาย และจัดซื้อในระบบ ERP ไปจนถึงข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริง โดยใช้เทคโนโลยี IoT เชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์และเครื่องจักร ก่อนนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และสนับสนุนการวางแผน แนวทางดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าในธุรกิจค้าปลีก โลจิสติกส์ การผลิต และบริการ สามารถมองเห็นข้อมูลจากส่วนต่างๆ ขององค์กรในภาพเดียวกัน นำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

          นอกจากนี้ QUICK เป็นพันธมิตรกับ Microsoft ในการให้บริการ Microsoft Dynamics 365 ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อเสริมความสามารถของลูกค้าในแต่ละด้าน ได้แก่ 

          • Quick MES สำหรับบริหารการผลิต 

          • Quick PM สำหรับวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน 

          • Quick Carbon R สำหรับจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

          • Qoot AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการทำงานขององค์กรด้วย AI

          บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชี่ยวชาญของทีมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถออกแบบและปรับโซลูชันให้เหมาะกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและความต้องการของลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรม

          ด้าน นางสาวประภาภรณ์ วัฒนวรางศิกูร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน QUICK กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2566–2568 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 34.49 ล้านบาท 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ

          สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 166.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 131.24 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 34.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.10% และมีอัตรากำไรสุทธิ 20.51% เพิ่มขึ้นจาก 12.71% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวมีแรงหนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้งานติดตั้งและปรับแต่งระบบในกลุ่ม Business Solutions ขณะที่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ สะท้อนการเติบโตของรายได้ควบคู่กับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น

          ในครึ่งแรกปี 2569 QUICK มีรายได้จากการขายและให้บริการ 165.43 ล้านบาท โดย Business Solutions เป็นธุรกิจหลัก คิดเป็นประมาณ 87% ของรายได้จากการขายและให้บริการ รองลงมาคือ Digital Workplace Solutions ประมาณ 10% และ IoT Solutions ประมาณ 3% หากแยกตามประเภทงาน รายได้จากการติดตั้งและปรับแต่งระบบคิดเป็นประมาณ 47% ขณะที่รายได้จากการขายสิทธิใช้งานซอฟต์แวร์และบริการบำรุงรักษาระบบรวมกันคิดเป็นประมาณ 51% สะท้อนโอกาสต่อยอดจากงานติดตั้งระบบไปสู่รายได้ต่อเนื่องจากการต่ออายุสิทธิใช้งานและสัญญาดูแลระบบของลูกค้าเดิม ทั้งนี้ ในช่วงปี 2566 ถึงไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีอัตราการต่อสัญญาบริการบำรุงรักษาระบบเฉลี่ย 87.30% ซึ่งสะท้อนถึงความต่อเนื่องในการให้บริการและโอกาสในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิมในระยะยาว

          นางสาวจิรยง อนุมานราชธน ประธานกรรมการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การโรดโชว์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดย QUICK มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มการลงทุนด้าน Digital Transformation ของภาคองค์กร ด้วยจุดแข็งของ QUICK คือการให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยีระดับสากลกับแพลตฟอร์มที่บริษัทพัฒนาขึ้น พร้อมปรับให้เหมาะกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและข้อกำหนดในประเทศไทย ผ่านทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์เฉพาะของลูกค้าแต่ละกลุ่มและเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิมและขยายไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ ขณะเดียวกัน QUICK ยังให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพิ่มขอบเขตบริการและสร้างโอกาสรับงานใหม่ในอนาคตโดยมีพื้นฐานจากการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร 

          ด้าน นางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า QUICK เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 32 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 31.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย และคาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ปักหมุดซื้อขายบนกระดานเทรดวันที่ 21 ตุลาคมนี้ 

          QUICK กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 5.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ภายหลังการเสนอขายหุ้น (Fully Diluted) ที่ 8.29 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และเปิดจองซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ 9, 12 และ 14 ตุลาคม 2569 โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะ Lead Underwriter พร้อมด้วย บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

          สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ QUICK มีแผนนำไปใช้เพื่อเสริมความพร้อมในการรองรับการเติบโตในระยะถัดไป ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากร (Academy & Talent Pool Program) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ (Working Capital) เงินระดมทุนดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายขีดความสามารถของทีมงาน และเพิ่มความพร้อมในการขยายฐานธุรกิจ เพื่อรองรับโอกาสจากการลงทุนด้าน Digital Transformation ของภาคองค์กรในอนาคต

 

 

10157

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100