ศุภจี สั่งเกาะติดการบินไทยระงับรับสินค้าเข้า-ออกชั่วคราว พร้อมหาทางช่วยผู้ส่งออก

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 03 October 2026 13:54
Hits: 120

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ศุภจี สั่งเกาะติดการบินไทยระงับรับสินค้าเข้า-ออกชั่วคราว พร้อมหาทางช่วยผู้ส่งออก
        ศุภจี สั่งการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เกาะติดปัญหาการบินไทยระงับรับสินค้าเข้า-ออก และประเมินผลกระทบ และให้ช่วยเหลือผู้ส่งออกอย่างเต็มที่ เผยการส่งออกสินค้าทางอากาศช่วง 7 เดือน ปี 69 มีมูลค่า 2.42 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของการส่งออกทั้งหมด สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและอาหาร ใช้บริการมากสุด เร่งทำความเข้าใจคู่ค้า ป้องกันโดนค่าปรับ
       นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีการบินไทยระงับการรับสินค้าเข้า–ออก และสินค้าถ่ายลำ ณ คลังสินค้าการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการชั่วคราว ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการส่งออก โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กรมศุลกากร
       และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ส่งออก เพราะการส่งออกสินค้าทางอากาศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 33% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นช่วง 6 วันที่ผ่านมา ถือเป็นผลกระทบระยะสั้น และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลต่อภาพรวมการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญเพียงใด
       ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าผลกระทบด้านมูลค่าการส่งออกโดยตรง คือ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความจำเป็นต้องขนส่งทางอากาศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หากเกิดความล่าช้าและไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด อาจทำให้ผู้นำเข้าต่างประเทศพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ผู้ส่งออกหรือคู่ค้าจากประเทศอื่น แต่ปัจจุบัน การบินไทยไม่ได้เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพียงรายเดียว ยังมีผู้ให้บริการรายอื่นที่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงสามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อให้สินค้าสามารถเดินทางไปถึงปลายทางได้
      สำหรับ การช่วยเหลือผู้ส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะทำหน้าที่ประสานและสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หากผู้ส่งออกรายใดตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Forwarder) แล้วพบว่าสินค้า หรือ Cargo มีปัญหา สามารถประสานหน่วยงานเพื่อช่วยเจรจากับคู่ค้าหรือปลายทาง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าปรับจากการส่งมอบล่าช้า เป็นต้น
      ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ติดตามสถานการณ์คลังสินค้าการบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระงับการรับสินค้า THAI Cargo ขาเข้า–ขาออก และสินค้าถ่ายลำเป็นการชั่วคราว จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
       ประกอบด้วยการส่งมอบสินค้าและความเสี่ยงต่อผู้ส่งออกโดยตรง โดยการระงับรับสินค้าของคลังสินค้าการบินไทย ส่งผลให้สายการบินที่ใช้บริการคลังสินค้าดังกล่าวบางส่วนต้องชะลอหรืองดรับสินค้าส่งออกชั่วคราว ทำให้ผู้ส่งออกมีความเสี่ยงไม่สามารถส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้ตามกำหนด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารสด สินค้าเน่าเสียง่าย สินค้าควบคุมอุณหภูมิ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน วัตถุดิบสำหรับภาคการผลิต และสินค้าเร่งด่วน
      สำหรับ ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าระวางเครื่องบิน (Freight Rate) จะพุ่งสูงขึ้น ผู้ส่งออกจำนวนมากจะเปลี่ยนไปใช้บริการคลังสินค้าทางอากาศของสายการบินอื่นที่ยังเปิดอยู่ เช่น บริษัท บางกอกไฟลท์เซอร์วิสเซส จำกัด (BFS) หรือสายการบินต่างชาติ ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ส่งผลให้ค่าระวางสินค้าทางอากาศ (Air Freight Rate) ดีดตัวสูงขึ้นทันทีตามกลไกตลาด
       นอกจากนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบด้านความต่อเนื่องของสายการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ทั้งขาออกและขาเข้า ทำให้วัตถุดิบต้นน้ำขาดแคลน เนื่องจากประกาศนี้ ระงับทั้งขาเข้าและขาออก วัตถุดิบหรือสารเคมีสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยต้องนำเข้ามาเพื่อแปรรูปและผลิตเพื่อส่งออกต่อ ก็จะไม่สามารถนำออกจากคลังสินค้าได้ตามกำหนด อาจล่าช้ากว่าเดิม 3-7 วัน ส่งผลให้แผนการผลิตสินค้าล็อตถัดไปเพื่อส่งออกต้องเลื่อนออกไปด้วย
       ส่วนผลกระทบเป็นรายสินค้า พบว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ซึ่งต้องอาศัยความรวดเร็วและความแม่นยำในการส่งมอบเพื่อเชื่อมต่อกับสายการผลิตในต่างประเทศ สินค้าเกษตรและอาหาร อาทิ ผักสด ผลไม้ ดอกไม้สด เนื้อสัตว์แช่เย็นแช่แข็ง อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีข้อจำกัดด้านอายุสินค้าและคุณภาพ การล่าช้าหรือตกเที่ยวบิน จึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายและต้นทุนเพิ่มเติมแก่ผู้ส่งออก
      ซึ่งสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า ปัญหาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านความแออัดของคลังสินค้าสุวรรณภูมิที่มีอยู่เดิม จากปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นและกระบวนการตรวจสอบสินค้าก่อนรับบรรทุกที่เข้มงวดขึ้น โดยที่ผ่านมา เกิดความเสี่ยงที่สินค้าขาออกจะตกเที่ยวบิน และในบางกรณีสินค้าขาเข้าหรือวัตถุดิบใช้เวลาในการนำออกจากพื้นที่ไปยังโรงงานประมาณ 7 วันทำการ ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของการผลิตเพื่อการส่งออก

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100