พาณิชย์ ร่วมฉลองวันมะม่วงแห่งชาติ ชวนประชาชนช่วยกันอุดหนุน 13 มะม่วง GI

Category: พาณิชย์
Published on Tuesday, 28 July 2026 03:42
Hits: 202

วันมะม่วงแห่งชาติพาณิชย์ ร่วมฉลองวันมะม่วงแห่งชาติ ชวนประชาชนช่วยกันอุดหนุน 13 มะม่วง GI
       กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมฉลองวันมะม่วงแห่งชาติ ชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันอุดหนุนมะม่วงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำนวน 13 รายการ จาก 9 จังหวัด เพื่อช่วยสนับสนุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เผยปัจจุบันสร้างรายได้ทางการตลาดปีละกว่า 1 พันล้านบาท 'มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก'แชมป์ทำรายได้สูงสุด ตามด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น มะม่วงขายตึกแปดริ้ว และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า
       นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เนื่องในวันมะม่วงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมได้ทำการสำรวจมะม่วงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) พบว่า มีจำนวนสูงถึง 13 รายการ จาก 9 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ภาคกลาง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) ภาคตะวันออก มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และภาคใต้ มะม่วงเบาสงขลา ซึ่งปัจจุบันสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,066 ล้านบาท ในปี 2568
      ทั้งนี้ ยังมีสินค้ามะม่วงอีก 3 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้หนองวัวซอ (อุดรธานี) และมะม่วงบ้านมาบเหียงปราจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเกษตรกรและชุมชนในการนำระบบ GI มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น
      “มะม่วง GI ในแต่ละพื้นที่ ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรในท้องถิ่น ส่งผลให้มะม่วง GI มีคุณลักษณะโดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศ
      โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรคุณภาพและสินค้ามีเรื่องราวเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม พัฒนากระบวนการผลิต และบริหารจัดการสินค้าอย่างมีมาตรฐาน นำไปสู่การสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว”นางอรมนกล่าว
     สำหรับ 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ 1.มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก 767.18 ล้านบาท 2.มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว 171.15 ล้านบาท 3.มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) 33.311 ล้านบาท 4.มะม่วงขายตึกแปดริ้ว 10.436 ล้านบาท และ 5.มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่ากว่า 7.2 ล้านบาท
       นางอรมน กล่าวว่า กรมจะเดินหน้าส่งเสริมมะม่วง GI ไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดผ่านกิจกรรมและงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้ากับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดชั้นนำ ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GI และยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดสินค้า GI สู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่
      โดยสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์และใช้มะม่วง GI เป็นวัตถุดิบในเมนูสร้างสรรค์ อาทิ เครื่องดื่ม ขนมหวาน ผลไม้อบแห้ง ไอศกรีม ซอส และผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภค เชื่อมโยงกับธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน

 

มะม่วงแห่งชาติกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมฉลอง 'วันมะม่วงแห่งชาติ'ชวนอุดหนุน 13 มะม่วง GI ไทย ผลไม้อัตลักษณ์คุณภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้านบาท
     ​เนื่องใน'วันมะม่วงแห่งชาติ'22 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริม “มะม่วง GI ไทย” สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับระบบควบคุมคุณภาพและขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อต่อยอดความสำเร็จของสินค้าอัตลักษณ์ไทยด้วยกลไกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมะม่วง GI ของไทย 13 รายการ จาก 9 จังหวัด สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,066 ล้านบาท ในปี 2568
     นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมสินค้า GI เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมฯ ในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นเครื่องมือยกระดับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยสอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าไทย และผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้'มะม่วง GI ไทย'ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการใช้ระบบ GI ในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น
        นางอรมน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีมะม่วง GI 13 รายการ จาก 9 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ภาคกลาง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) ภาคตะวันออก มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และภาคใต้ มะม่วงเบาสงขลา ซึ่งล้วนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก นอกจากนี้ ยังมีสินค้ามะม่วงอีก 3 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI ได้แก่

       มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้หนองวัวซอ (อุดรธานี) และมะม่วงบ้านมาบเหียงปราจีน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเกษตรกรและชุมชนในการนำระบบ GI มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น 

      มะม่วง GI ไทยในแต่ละพื้นที่ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรในท้องถิ่น ส่งผลให้มะม่วง GI มีคุณลักษณะโดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรคุณภาพและสินค้ามีเรื่องราวเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม พัฒนากระบวนการผลิต และบริหารจัดการสินค้าอย่างมีมาตรฐาน นำไปสู่การสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
       สำหรับ 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ 1) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก 767.18 ล้านบาท 2) มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว 171.15 ล้านบาท 3) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) 33.311 ล้านบาท 4) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว 10.436 ล้านบาท และ 5) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่ากว่า 7.2 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทย
      อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดผ่านกิจกรรมและงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้ากับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดชั้นนำ ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GIนอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดสินค้า GI สู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์และใช้มะม่วง GI เป็นวัตถุดิบในเมนูสร้างสรรค์ อาทิ เครื่องดื่ม ขนมหวาน ผลไม้อบแห้ง ไอศกรีม ซอส และผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภค เชื่อมโยงกับธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน
      ทั้งนี้ ในโอกาสวันมะม่วงแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุน “มะม่วง GI” และเลือกซื้อสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งต่ออัตลักษณ์สินค้าเกษตรไทยสู่โอกาสทางการค้าใหม่ๆ สร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และร่วมผลักดันมะม่วงไทยให้เป็นสินค้าเกษตรคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100