พาณิชย์ ลงนาม MOU กับ อย. เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย
พาณิชย์ ลงนาม MOU กับ อย. เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย
กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงนาม MOU กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เดินหน้าเชื่อมโยงองค์ความรู้ ผลักดันจดทะเบียนคุ้มครอง ส่งเสริมผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยให้เข้มแข็ง และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างรายได้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์สุขภาพ กับเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
โดยการบูรณาการความร่วมมือกับ อย.ในครั้งนี้ มีเป้าหมาย 1.เชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย 2.ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ตลอดจนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ 3.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองหน่วยงานได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการบ่มเพาะองค์ความรู้ การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ การวางแผนพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และ 4.อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและตรวจสอบสถานะข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ
“ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในผลิตภัณฑ์สุขภาพของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว”นางอรมนกล่าว
เภสัชกรหญิงสุภัทรา กล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม ระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง โดย อย. ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน โปร่งใส แต่ต้องเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย
“ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะเฉพาะด้าน อาทิ การตรวจสอบความใหม่ของนวัตกรรม การจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”
ที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้จัดให้มีช่องทางพิเศษสำหรับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เช่น กรณีการจดเครื่องหมายการค้า หากผู้ยื่นจดจำเป็นต้องได้รับเครื่องหมายการค้าเพื่อใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนกับ อย. สามารถใช้ช่องทาง Fast Track ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 10 เดือน เหลือ 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ หรือกรณีโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า ในสาขานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 38.5 เดือน จากวันที่ยื่นขอให้ตรวจสอบ เหลือ 12 เดือน นับจากวันประกาศผลเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีคำขอสาขานี้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 118 คำขอ ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 104 คำขอ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง อย. ลงนาม MOU ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญา – นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยมี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมลงนามและกล่าวแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จังหวัดนนทบุรี
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ
นางอรมน กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือกับ อย. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงาน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญ ดังนี้ (1) เชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย (2) ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
ตลอดจนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ (3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองหน่วยงานได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการบ่มเพาะองค์ความรู้ การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ การวางแผนพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมมูลค่าสูง ลดอุปสรรคในการนำผลงานออกสู่ตลาด เพิ่มโอกาสและความได้เปรียบทางการแข่งขันในเชิงธุรกิจ และ (4) อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและตรวจสอบสถานะข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม ระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สำหรับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมนวัตกรรมเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินควบคู่กัน เพราะเมื่อผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผู้บริโภคก็จะได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย
ในการนี้ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพให้กับผู้ประกอบการในเครือข่าย สนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ (การขึ้นทะเบียน อย.) ตลอดจนเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองหน่วยงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังจะร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เครื่องหมาย อย. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ การปลอมเครื่องหมายการค้า การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่ถูกต้อง เป็นต้น พร้อมทั้งพัฒนากระบวนการแจ้งเหตุและประสานข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้การกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะเฉพาะด้าน อาทิ การตรวจสอบความใหม่ของนวัตกรรม การจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมสำคัญแห่งอนาคต จึงได้จัดให้มีช่องทางพิเศษสำหรับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เช่น กรณีการจดเครื่องหมายการค้า หากผู้ยื่นจดจำเป็นต้องได้รับเครื่องหมายการค้าเพื่อใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนกับ อย.สามารถใช้ช่องทาง Fast Track ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 10 เดือน เหลือ 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ หรือกรณีโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า ในสาขานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 38.5 เดือน จากวันที่ยื่นขอให้ตรวจสอบ เหลือ 12 เดือน นับจากวันประกาศผลเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีคำขอสาขานี้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 118 คำขอ ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 104 คำขอ
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในผลิตภัณฑ์สุขภาพของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว














