กิริฎา ถก EUIPO ร่วมมือไอพี ยันพร้อมถ่ายทอดความรู้ การส่งเสริม GI ให้ภูฏาน
กิริฎา ถก EUIPO ร่วมมือไอพี ยันพร้อมถ่ายทอดความรู้ การส่งเสริม GI ให้ภูฏาน
กิริฎา หารือสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) เดินหน้าร่วมมือขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเป็นประธานการลงนาม MOU ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับ EUIPO ฉบับใหม่ แทนฉบับเดิมที่จะหมดอายุ ต.ค.69 เพื่อร่วมมือกันต่อ เผยยังได้หารือกับสำนักงานสื่อสารมวลชน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา (DoMCIIP) ของภูฏาน ยันไทยพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านไอพี การส่งเสริมสินค้า GI
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมหารือทวิภาคีกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office : EUIPO) นำโดย Mr.João Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO โดยฝ่ายไทยได้ขอบคุณ EUIPO ที่ให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบบริการต่างๆ เช่น AI Image Search และ Trademark Checker
เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอ การพัฒนาบริการ Fast Track สำหรับจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และเครื่องหมายการค้า รวมถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเตรียมเข้าร่วมภาคีความตกลงระหว่างประเทศขององค์การการค้าโลก (WIPO)
โดยทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับความร่วมมือให้สอดรับกับความท้าทายในยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบคำขอและงานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SME โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน (IP Finance) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสินค้า GI และขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้า GI ไทยในสหภาพยุโรป
ขณะเดียวกัน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป โดย Mr.João Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือจาก MOU ฉบับเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือน ต.ค.2569 เพื่อยกระดับความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเครื่องมือสารสนเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบังคับใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และการประเมินมูลค่าและใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ดร.กิริฎา กล่าวว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยหารือกับ Mr.Sonam Penjor ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารมวลชน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา (Department of Media, Creative Industry and Intellectual Property : DoMCIIP) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญารองรับความตกลงการค้าเสรีไทย–ภูฏาน ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค.2570 ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองและการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งปัจจุบันไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภูฏาน มีมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น ซึ่งสามารถต่อยอดด้วยการออกแบบร่วมสมัย ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน โดยทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องนี้ได้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การหารือกับ EUIPO และ DoMCIIP ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทยในระยะยาว โดยกรมจะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับประเทศและองค์กรระดับนานาชาติอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลกต่อไป
พาณิชย์ พาไทยรุกสร้างพันธมิตร IP บนเวทีโลก จับมือสหภาพยุโรป-ภูฏาน เร่งยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญารับเศรษฐกิจยุคใหม่
ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าภารกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญาเชิงรุกในเวทีสากล เร่งสร้างความร่วมมือทวิภาคีกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสหภาพยุโรปและราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมหารือทวิภาคีกับองค์กรพันธมิตรด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศและผลักดันนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
ในการหารือกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office: EUIPO) ซึ่งนำโดย Mr. João Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO โดยฝ่ายไทยได้ขอบคุณ EUIPO ที่ให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบบริการต่างๆ เช่น AI Image Search
และ Trademark Checker เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอการพัฒนาบริการ Fast Track สำหรับจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และเครื่องหมายการค้า รวมถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเตรียมเข้าร่วมภาคีความตกลงระหว่างประเทศของ WIPO
ดร.กิริฎา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับความร่วมมือให้สอดรับกับความท้าทายในยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบคำขอและงานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน (IP Finance) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสินค้า GI และขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้า GI ไทยในสหภาพยุโรป
ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป โดย Mr. João Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือจาก MOU ฉบับเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2569
เพื่อยกระดับความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเครื่องมือสารสนเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการประเมินมูลค่าและใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
จากนั้น ดร.กิริฎา ได้นำคณะผู้แทนไทยหารือกับ Mr. Sonam Penjor ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารมวลชน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา (Department of Media, Creative Industry and Intellectual Property: DoMCIIP) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญารองรับความตกลงการค้าเสรีไทย–ภูฏาน (Thailand–Bhutan FTA)
ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มกราคม 2570
ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองและการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งปัจจุบันไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท นอกจากนี้ ภูฏานยังมีมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น ซึ่งสามารถต่อยอดด้วยการออกแบบร่วมสมัย ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน โดยทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องนี้ได้
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การหารือกับ EUIPO และ DoMCIIP ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทยในระยะยาว โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับประเทศและองค์กรระดับนานาชาติอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลก














