พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจ 2 ธุรกิจเสี่ยงนอมินี ย่านหลักสี่ พบทำธุรกิจ-เส้นเงินผิดปกติ

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 11 July 2026 05:06
Hits: 179

ลงพื้นที่ตรวจ2ธุรกิจพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจ 2 ธุรกิจเสี่ยงนอมินี ย่านหลักสี่ พบทำธุรกิจ-เส้นเงินผิดปกติ
      กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบ 2 นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง ที่ศูนย์การค้าไอที สแควร์ หลักสี่ พบข้อพิรุธเพียบ ทั้งด้านการบริหารธุรกิจ และเส้นทางการเงิน เตรียมรวบรวมหลักฐาน และส่งหนังสือเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจง หากพบการกระทำความผิด ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการด้วย
       นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมได้ส่งทีมปราบนอมินีบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง จำนวน 2 ราย ณ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ (IT Square) หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ภายหลังได้รับข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ จึงร่วมกันตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่
      โดยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมายทั้ง 2 ราย พบว่า นิติบุคคลรายแรก จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 60% และชาวต่างชาติ สัญชาติจีน 40% ประกอบธุรกิจให้บริการและคำปรึกษาด้านกฎหมาย การบัญชี ภาษีและจดทะเบียนบริษัท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่านิติบุคคลแห่งนี้ มีพนักงานคนไทย 8 ราย และชาวจีน 2 ราย และมีผู้ถือหุ้นชาวจีนเป็นผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้
       ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสาร สภาพการประกอบธุรกิจ และสอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง พบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์หลายอย่างที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งจะต้องตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอ้างว่าเป็นสามีภรรยากัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อำนาจการควบคุมบริหารธุรกิจ รูปแบบการรับชำระค่าบริการ และเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งข้อมูลบางส่วนสอดคล้องกับประเด็นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวน
      สำหรับ รายที่ 2 จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% และชาวต่างชาติสัญชาติจีน 49% ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการศึกษา รวมถึงแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ และคำแนะนำทางวิชาการ จากการลงพื้นที่ไม่พบกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยมีพนักงานคนไทยเป็นผู้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่พนักงานรับรู้ว่าเป็นผู้บริหารและสั่งการดำเนินธุรกิจคือชาวจีน และไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่เป็นคนไทย โดยพนักงานคนไทยจะให้บริการรับทำวีซ่าเท่านั้น แต่หากลูกค้ามาติดต่อเรื่องอื่น        นอกจากการทำวีซ่า พนักงานจะแจ้งลูกค้าให้ติดต่อผู้ถือหุ้นชาวจีนโดยตรงผ่านระบบ We chat รวมทั้งการรับชำระค่าบริการบางส่วนจะรับชำระผ่านบัญชีของชาวจีน ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือเป็นการให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
     “กรมได้มีหนังสือแจ้งให้กรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทุน แหล่งที่มาของเงินทุน การบริหารกิจการ และการดำเนินธุรกิจ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากผลการตรวจสอบ พบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอว่ามีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย กรมจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”นายพูนพงษ์กล่าว

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100