พาณิชย์ ชี้แจงผลดำเนินการแก้ปัญหา กุ้ง มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน
พาณิชย์ ชี้แจงผลดำเนินการแก้ปัญหา กุ้ง มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน
โฆษกพาณิชย์ ชี้แจงความคืบหน้าแก้ปัญหาสินค้าเกษตรสำคัญ เผยกุ้ง หาตลาดรองรับผลผลิตให้กับเกษตรกรได้ทั้งหมด หลังเจอมาเลเซียแบน มะพร้าวแกง นำผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ และชะลอนำเข้า มะพร้าวน้ำหอม เร่งแก้ปัญหานอมินีและน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอมปน ดันราคาขยับขึ้น ส่วนทุเรียน ราคายังดี เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เหตุมีมาตรการดูแลทั้งก่อนและหลังผลผลิตออก เล็งดูแลทุเรียนภาคใต้ต่อ หลังจบภาคตะวันออก
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาสินค้ากุ้งให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง หลังจากเจอปัญหามาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2569 ทำให้มีผลผลิตตกค้างประมาณ 300-400 ตันต่อเดือน จากยอดส่งออกไปมาเลเซียทั้งปีอยู่ที่ 3,400 ตัน โดยล่าสุดได้ช่วยระบายผลผลิตให้กับเกษตรกรผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่มีผลผลิตตกค้างแล้ว และยังสามารถเพิ่มความต้องการกุ้ง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสามารถระบายผลผลิตได้ต่อเนื่อง
โดยการระบายผลผลิตในประเทศ ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 แห่ง ได้จัดโครงการรณรงค์บริโภคกุ้ง โดยซื้อกุ้งจากเกษตรกรนำไปจำหน่าย จังหวัดละ 10 ตัน มีการเชื่อมโยงกุ้งนำไปขายในห้างโมเดิร์นเทรด 500 ตัน และประสานผู้ประกอบการห้องเย็นเข้าไปรับซื้ออีก 2,000 ตัน ทำให้มีปริมาณความต้องการกุ้งรวม 2,900 ตัน แต่ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์กุ้งจะคลี่คลาย โดยทราบข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าน่าจะมีข่าวดีในเร็ว ๆ นี้
นายกรนิจ กล่าวว่า สำหรับมะพร้าวแกงในแหล่งผลิตสำคัญ ทั้งประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ที่ประสบปัญหาด้านราคา หลังผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค. พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ได้มีการประสานโรงงานแปรรูปมะพร้าว และล้ง ให้เพิ่มการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง เป้าหมาย 9 ล้านลูก ซึ่งขณะนี้ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ และยังได้ร่วมมือกับโรงงานแปรรูปในประเทศ ให้ซื้อมะพร้าวในประเทศเป็นหลักก่อน เพราะช่วงนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาด ทำให้สถิติการนำเข้าลดลงต่อเนื่อง โดยช่วง 5 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) นำเข้ามะพร้าวลูก ลด 60% และกะทิแช่แข็ง ลด 50%
ส่วนมะพร้าวน้ำหอม ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ได้เข้าไปจัดการปัญหานอมินี การกดราคารับซื้อ ทำให้ราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ลูกละ 12-14 บาท จากช่วงเดือน มี.ค.2569 ลูกละ 3-5 บาท และยังได้แก้ไขปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมปน ที่ส่งผลให้มีการใช้น้ำมะพร้าวแท้ลดลง และกระทบต่อราคาขายของเกษตรกร ซึ่งหลังจากเข้าไปตรวจสอบและเข้มงวด ทำให้มีการรับซื้อมะพร้าวน้ำหมอไปทำน้ำมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อราคาสูงขึ้น
ทางด้านทุเรียน ขณะนี้ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าทุเรียนเพื่อนบ้านจะมีปัญหาตกต่ำรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการเชิงรุกที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้ดำเนินการทั้งก่อนและหลังผลผลิตออกสู่ตลาด ทั้งการหาตลาดล่วงหน้า การเร่งระบายผลผลิต การสำรวจเส้นทางการขนส่ง การหาตลาดใหม่ๆ เช่น จีนภาคตะวันตก ทำให้ราคาทุเรียนของไทย ไม่มีปัญหา โดยขณะนี้ ทุเรียนภาคตะวันออก ได้ออกสู่ตลาดแล้ว 98% ภาคใต้กำลังออกสู่ตลาด 20% ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป














