​ค้าภายในหารือ 4 สมาคมปุ๋ย เคาะราคาแนะนำขายแต่ละจังหวัด เริ่มสัปดาห์หน้า

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 25 April 2026 17:19
Hits: 476

4สมาคมปุ๋ยค้าภายในหารือ 4 สมาคมปุ๋ย เคาะราคาแนะนำขายแต่ละจังหวัด เริ่มสัปดาห์หน้า
      กรมการค้าภายในหารือ 4 สมาคมการค้าปุ๋ย เห็นชอบประกาศราคาแนะนำจำหน่ายปุ๋ยเคมีในแต่ละจังหวัด คำนวณราคาจากหน้าโรงงานไปถึง ณ อำเภอเมือง บวกค่าขนส่ง ค่ายก เพื่อให้เกษตรกรทราบราคาขาย และป้องกันการโก่งราคา เริ่มสัปดาห์หน้า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกร ใช้ปุ๋ยทางเลือก ลดใช้ยูเรีย ที่ราคาพุ่งกระฉูด
      นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือมาตรการราคาแนะนำปุ๋ย ร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ประกาศราคาแนะนำการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในแต่ละจังหวัด
     โดยคำนวณราคาจากหน้าโรงงานไปถึง ณ อำเภอเมืองของจังหวัดต่างๆ ที่รวมค่าขนส่ง ค่ายก จะทำให้รู้ว่าราคาที่เหมาะสมในการจำหน่ายในแต่ละจังหวัด ควรจะเป็นเท่าไร โดยจะเริ่มประกาศราคาแนะนำได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ของกรม และแจ้งไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้รับทราบด้วย เพื่อที่จะได้กำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม
      โดยการกำหนดราคาแนะนำดังกล่าว จะเน้นสูตรปุ๋ยที่ใช้กันแพร่หลาย อาทิ 16-0-0, 21-0-0 , 0-0-60 , 15-15-15 , 16-20-0 และ 16-8-8 เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรได้ทราบราคาขายในพื้นที่นั้นๆ และป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ การค้ากำไรเกินควร เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ มีปัญหาระหว่างราคาจากหน้าโรงงานไปถึงร้านค้าปลีก ที่มีการปรับสูงขึ้น ทั้งๆ ที่โรงงานแจ้งว่า ไม่ได้มีการปรับขึ้นราคา โดยที่ตรวจสอบพบ มีการขึ้นราคาตั้งแต่ 300-500 บาทต่อกระสอบ
      ทั้งนี้ กรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าปุ๋ยจำนวน 1,135 แห่ง พบกระทำความผิด 51 แห่ง ดำเนินคดีไปแล้ว 6 แห่ง ที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เพื่อที่จะเอาผิดต่อไป
      นายวิทยากร กล่าวว่า กรมยังได้หารือกับผู้ผลิตปุ๋ย ในการจัดทำโครงการธงเขียวพลัส ช่วยลดราคาปุ๋ยเคมีให้กับเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ โดยจะทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ในการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกว่าพื้นที่นั้นๆ ปลูกพืชเกษตรอะไร และควรจะใช้ปุ๋ยอะไร จากนั้นจะขอความร่วมมือผู้ผลิตให้จัดสรรปุ๋ย แม่ปุ๋ย และปุ๋ยสำเร็จให้กับเกษตรกรที่จะซื้อได้ในราคาที่ถูกลงกว่าปกติ และยังมีแผนที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยทางเลือก และลดใช้ปุ๋ยยูเรีย เพราะขณะนี้ ราคาเพิ่มขึ้นมาก จากปกติตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็นกว่า 900 ดอลลาร์สหรัฐ

      สำหรับ สต็อกปุ๋ยเคมี ณ วันที่ 15 เม.ย.2569 ที่รวบรวมจากผู้ผลิต 48 บริษัท จากผู้ผลิตทั้งหมด 54 บริษัท มีจำนวน 9.2 แสนตัน อยู่ทั้งกับผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย และระหว่างนำเข้า โดยฤดูการเพาะปลูกจะเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.2569 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ ผู้ผลิตได้เตรียมหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งอื่นนอกจากตะวันออกกลางเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งจากมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีการนำเข้าปุ๋ยเคมีเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะแหล่งใหม่จากมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย แต่ยังค้างอยู่ในตะวันออกกลางอีก 2.5 แสนตัน โดยปุ๋ยยูเรีย ไม่มีใครซื้อและนำเข้า เพราะราคาสูงมาก ขึ้นไปถึงตันละ 959 ดอลลาร์สหรัฐ เกรงว่าซื้อมาแล้ว สถานการณ์เปลี่ยน จะประสบปัญหาการขาดทุน และแม้จะไม่นำเข้า
       แต่ก็สามารถใช้ปุ๋ยสูตรอื่นมาทดแทนได้ ซึ่งได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรอยู่ ส่วนการใช้ปุ๋ย จะเริ่มเดือน พ.ค.-ส.ค. ใช้ทุกสูตรประมาณ 4-5 แสนตัน คิดเป็น 50% ของปริมาณใช้ทั้งปี สำหรับการขอปรับขึ้นราคา ยังไม่ได้มีการยื่นเรื่องต่อกรมการค้าภายใน แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงเพดานที่เคยได้รับอนุมัติไว้ ตอนนี้เริ่มปริ่มๆ แล้ว ถ้าต้นทุนเพิ่มเกิน ก็จะพิจารณาเสนอขอปรับราคาอีกครั้ง โดยหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะคลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องปรับขึ้นราคาก็ได้

MOC26ค้าภายในผนึก 4 สมาคมปุ๋ย เคาะ'ราคาแนะนำรายจังหวัด' อิงต้นทุนจริงถึงอำเภอเมือง สกัดโก่งราคา-เตรียม ไทยช่วยไทยลดปัจจัยเกษตร ขายปุ๋ยถูกตั้งแต่ พ.ค.เป็นต้นไป
      นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนด'ราคาแนะนำจำหน่ายปุ๋ยเคมีรายจังหวัด'

     โดยคำนวณราคาจากหน้าโรงงาน บวกค่าขนส่งและค่ายก จนถึงระดับอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัด เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่ และให้เกษตรกรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการตัดสินใจซื้อ โดยจะเริ่มประกาศราคาแนะนำได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้า ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน และแจ้งไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เพื่อใช้กำกับดูแลราคาในพื้นที่อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ จะครอบคลุมปุ๋ยสูตรหลักที่ใช้แพร่หลาย เช่น 16-0-0, 21-0-0, 0-0-60, 15-15-15, 16-20-0 และ 16-8-8
     นายวิทยากร ระบุว่า ปัญหาที่พบในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าโรงงาน แต่เป็นช่วงรอยต่อไปถึงร้านค้าปลีก ซึ่งมีการปรับราคาสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บางพื้นที่พบการบวกเพิ่มถึง 300–500 บาทต่อกระสอบ ทั้งที่ผู้ผลิตยืนยันว่าไม่ได้ปรับขึ้นราคา ในด้านการกำกับดูแล กรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าปุ๋ยแล้ว 1,135 แห่ง พบกระทำความผิด 51 แห่ง และดำเนินคดีแล้ว 6 แห่ง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
      ขณะเดียวกัน กรมยังได้หารือกับผู้ผลิตปุ๋ยในการขับเคลื่อนโครงการ “ธงเขียวพลัส” ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมตามชนิดพืชและพื้นที่ โดยร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งผลักดันให้ลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งขณะนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมประมาณตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็นกว่า 900 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีความเสี่ยงด้านต้นทุน โดยสามารถใช้ปุ๋ยสูตรอื่นทดแทนได้ในหลายกรณี
      นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังได้หารือร่วมกับสมาคมปุ๋ยและเคมีเกษตรในการเตรียมจัดงาน “ไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต : ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” โดยภาคเอกชนมีความพร้อมเข้าร่วมเพื่อบรรเทาภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และไม้ผล ซึ่งโครงการจะดำเนินการในช่วงเดือนเพาะปลูก ตั้งแต่เมษายนเป็นต้นไป โดยได้รับการยืนยันแล้วครอบคลุม 10 จังหวัด จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กำแพงเพชร กาญจนบุรี อุทัยธานี และราชบุรี จากนั้นจัดต่อเนื่องอีก 20 จังหวัด และมีแผนจัดต่อให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกที่สำคัญทั่วประเทศ
      โดยจะสนับสนุนชดเชยราคาปุ๋ยเพิ่มเป็น 300 บาทต่อกระสอบ (5 กระสอบ) จากเดิม 200 บาท และหากซื้อสารเคมีทางการเกษตรเพิ่มเติม จะได้รับส่วนลดอีก 50 บาท รวมช่วยเหลือเฉลี่ยครัวเรือนละประมาณ 1,550 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรต้องมีสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือ “เล่มเขียว” และหากมีบัตรดินดี ได้รับรองมาตรฐาน GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จะสามารถซื้อปุ๋ยเพิ่มได้อีก 1 กระสอบ รวมเป็น 6 กระสอบ พร้อมรับคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์ 250 บาท ส่งผลให้ผู้ที่เข้าเงื่อนไขครบจะได้รับการสนับสนุนรวมสูงสุดประมาณ 2,100 บาท
       ในส่วนของการนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งใหม่ ผู้นำเข้าประสานเจรจานำเข้าจากประเทมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ในด้านราคาจำหน่ายผู้ผลิตยังไม่ได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่าย แม้ว่าต้นทุนจะเริ่มใกล้เพดานที่เคยได้รับอนุมัติ โดยยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100