ดัชนีราคาส่งออก ม.ค.69 เพิ่ม 1.8% จากความต้องการอิเล็กทรอนิกส์-อาหาร

Category: พาณิชย์
Published on Sunday, 08 March 2026 05:57
Hits: 1009

ดัชนีราคาส่งออกดัชนีราคาส่งออก ม.ค.69 เพิ่ม 1.8% จากความต้องการอิเล็กทรอนิกส์-อาหาร
      สนค.เผยดัชนีราคาส่งออก เดือน ม.ค.69 เพิ่มขึ้น 1.8% จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และสินค้าอาหารรองรับเทศกาลสำคัญในหลายภูมิภาค ส่วนดัชนีราคานำเข้า เพิ่ม 4.2% จากความต้องการสินค้าทุนและวัตถุดิบรองรับการผลิตและส่งออก และการบริโภค การท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัว คาด ก.พ.69 ยังเพิ่มต่อ แต่จะเริ่มชะลอตัวลง
      นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก เดือน ม.ค.2569 เท่ากับ 112.9 เพิ่มขึ้น 1.8% ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และการบริโภคอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญในหลายภูมิภาค ส่วนดัชนีราคานำเข้าของไทย เท่ากับ 119.2 เพิ่มขึ้น 4.2% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก รวมถึงการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศทยอยฟื้นตัว กระตุ้นความต้องการนำเข้าสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น
     สำหรับ รายละเอียดดัชนีราคาส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการสูงขึ้นของหมวดสินค้าอุตสาหกรรม 2.8% ได้แก่ ทองคำ ราคายังทรงตัวสูง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ตามการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ช่วยสนับสนุนความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ได้รับอานิสงส์จากอุณหภูมิและคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่ม 0.5% ได้แก่
      อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามกระแสการดูแลสุขภาพ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบสัตว์น้ำที่สูงขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยง ตามความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมในตลาดต่างประเทศ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ ประกอบกับสภาพอากาศที่เริ่มกลับมาร้อนในเอเชีย ทำให้เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และสินค้าพร้อมดื่ม เป็นที่ต้องการของตลาด และหมวดสินค้าเกษตรกรรม เพิ่ม 0.2% เป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 12 เดือน จากการสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ
     เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป โดยเฉพาะไก่แปรรูป ตามคำสั่งซื้อจากตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง ส่วนหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลง 13.7% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ทยอยปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า
     สำหรับ ดัชนีราคานำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาจากการสูงขึ้นของหมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 10.6% ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการชิ้นส่วน อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากตลาดหลัก และสินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการนำเข้าโลหะและผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป เพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่ม 6.7% ได้แก่
     เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี ตามความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ หมวดสินค้าทุน เพิ่ม 4.3% ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามความต้องการด้านดิจิทัล และอุปกรณ์รองรับ AI และ Data Center สำหรับเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุน
     โดยเฉพาะภาคการผลิตและบริการ และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่ม 2.1% โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลง 12.7% จากราคาน้ำมันดิบเป็นสำคัญ เนื่องจากได้รับแรงกดดันด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้น
       นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือน ก.พ.2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่จะขยายตัวในอัตราชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการบริโภคอาหาร และสินค้าเกษตรแปรรูป ยังขยายตัวต่อเนื่อง สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาดยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก และต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
      ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่มยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ และการแข็งค่าของเงินบาท

 

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px