สหรัฐฯ รายงานตลาดขายของปลอม ไทยไม่มีชื่อออนไลน์ เหลือศูนย์การค้า 1 แห่ง

Category: พาณิชย์
Published on Sunday, 08 March 2026 04:21
Hits: 613

Notoriousสหรัฐฯ รายงานตลาดขายของปลอม ไทยไม่มีชื่อออนไลน์ เหลือศูนย์การค้า 1 แห่ง
       กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสหรัฐฯ รายงานตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ปี 68 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทย แต่เหลือตลาดพื้นที่การค้า 1 แห่ง เผยตลาดออนไลน์ที่หลุด เป็นผลจากร่วมมือแพลตฟอร์ม เปิดให้แจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิด ส่วนศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ที่ยังไม่หลุด เหตุมีความพยายามลักลอบขายสินค้าละเมิด ตั้งแผงชั่วคราว หรือเปลี่ยนวิธีขาย เตรียมลุยจัดการต่อ พร้อมหารือสหรัฐฯ หวังปีหน้าไม่เหลือซักรายชื่อ
      นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2569 ตามเวลาสหรัฐฯ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือรายงาน Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า (Physical Markets) 32 แห่งใน 19 ประเทศ โดยในส่วนของไทย ไม่ปรากฏชื่อตลาดออนไลน์ แต่มีเพียงศูนย์การค้า MBK Center ที่อยู่ในกลุ่มตลาดย่ายการค้าที่มีการละเมิดสูง
     ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่สถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ซึ่งเป็นผลจากการที่กรมได้ผลักดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทยลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดอย่างทันท่วงที
      และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
      ส่วนย่านการค้าที่ยังมีชื่ออยู่ 1 แห่ง กรมตระหนักว่ายังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดในบางลักษณะ โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราวหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปราม และที่ผ่านมา เจ้าของศูนย์การค้าได้ให้ความร่วมมือในการปราบปราม โดยใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา และจากนี้ จะดำเนินการเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดอีกต่อไป
     “กรมจะหารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการดำเนินการด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยมุ่งหวังให้การประเมินในครั้งต่อไป จะสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของประเทศได้อย่างเหมาะสมและรอบด้าน”นางอรมนกล่าว
      นางอรมน กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการจากนี้ กรมพร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
      ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ์ โดยมุ่งปราบปรามการละเมิด ทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่
       นอกจากนี้ จะเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย และจะรณรงค์ประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น 

Notoriousสหรัฐฯ เผยรายงาน Notorious Markets ปี 2568 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญาย้ำ เร่งเดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ตอกย้ำความร่วมมือรัฐ-เอกชน-เจ้าของสิทธิ ยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
     กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative: USTR) เผยแพร่รายงาน Notorious Markets ประจำปี 2568 โดยในส่วนของประเทศไทย ไม่ปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ในรายงานดังกล่าว ขณะที่ตลาดพื้นที่การค้าสำคัญ ยังมีรายชื่อศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานครปรากฏอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีการละเมิดสูง (Notorious Markets)
      นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ USTR ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือรายงาน Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า (Physical Markets) 32 แห่งใน 19 ประเทศ โดยสำหรับไทยปรากฏเพียงศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ในกลุ่มตลาด Physical Markets ที่มีการละเมิดสูง

       พร้อมระบุว่า ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความชื่นชมต่อความพยายามอย่างมีนัยสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
     โดยเฉพาะสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับผลกระทบของสินค้าปลอม ขณะที่เจ้าของและผู้ประกอบการศูนย์การค้าฯ ได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามดังกล่าว โดยใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดฯ จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
      อย่างไรก็ดี กรมฯ ตระหนักว่ายังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดในบางลักษณะ โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราวหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่
      นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยรายงานในปีนี้ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ ทิศทางที่เป็นบวกดังกล่าวเกิดขึ้นสอดรับกับการที่แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต
    เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดฯ อย่างทันท่วงที และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

      อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยกรมฯ พร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ

      โดยมุ่งปราบปรามการละเมิดฯ ทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามฯ ทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่ พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
     นอกจากนี้ กรมฯ จะหารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการดำเนินการด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยมุ่งหวังให้การประเมินในครั้งต่อไปสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของประเทศได้อย่างเหมาะสมและรอบด้าน
     ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1368 หรือ www.ipthailand.go.th

 

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px