พาณิชย์ ลงนาม MOU หอการค้าไทย-อิมแพ็ค ดันสินค้า GI สู่ตลาดพรีเมียม

Category: พาณิชย์
Published on Sunday, 22 February 2026 04:22
Hits: 447

ดันสินค้าGIพาณิชย์ ลงนาม MOU หอการค้าไทย-อิมแพ็ค ดันสินค้า GI สู่ตลาดพรีเมียม
      กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงนาม MOU กับหอการค้าไทย และอิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศเจตนารมณ์ร่วมมือส่งเสริมสินค้า GI ของไทย สู่ตลาดพรีเมียม ทั้งการผลักดันสินค้า GI ตั้งแต่เริ่มต้น การควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน การเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ค้า การเปิดพื้นที่ทางการค้า การจับคู่ธุรกิจ มั่นใจสร้างรายได้ให้ชุมชน และผลักดันสินค้า GI สู่ตลาดพรีเมียม
     นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายและผลักดันสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ร่วมกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อส่งเสริมสินค้า GI ของไทย เข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในการเจรจาจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
     “ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญจากทั้ง 3 ภาคส่วน เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ตลาดโลก ช่วยลดข้อจำกัดทางการค้าของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โดยดึงศักยภาพของภาคเอกชนมาเป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้า GI เข้ากับเครือข่ายภาคธุรกิจ พร้อมเปิดเวทีจัดแสดงสินค้าที่สร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้บริโภค รวมทั้งขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มทั่วไป (B2C) ไปสู่พันธมิตรทางธุรกิจ (B2B) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
      สำหรับ ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ กรมจะขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกด้านการคุ้มครองสิทธิ์และควบคุมคุณภาพสินค้า พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า GI รวมทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการ GI เข้าร่วมโครงการภายใต้ความร่วมมือนี้อย่างเป็นระบบ สอดรับกับบทบาทของหอการค้าไทยในการเชื่อมโยงเครือข่ายหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่น
     ตั้งแต่การคัดเลือกและผลักดันสินค้าที่มีศักยภาพให้เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียน GI การพัฒนาและถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานลูกค้า รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยใช้เสน่ห์ของสินค้า GI เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและเรียนรู้อัตลักษณ์สินค้า GI อันจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
       ขณะที่บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด หรืออิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะส่วนงานที่ดูแลการบริหารจัดการศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแบบครบวงจร จะเป็นฟันเฟืองหลักในการเปิดพื้นที่ทางการค้า (Marketplace) และเวทีจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อผลักดันสินค้าชุมชนสู่สายตาผู้ซื้อรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนขยายตลาดสินค้า GI ผ่านเครือข่ายธุรกิจของอิมแพ็ค เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และบริการด้านการจัดเลี้ยง ที่สามารถนำสินค้า GI มาเป็นวัตถุดิบในการให้บริการ นับเป็นเวทีการค้าที่ทรงพลังในการยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่เวทีโลก
     นางอรมน กล่าวว่า หลังพิธีลงนาม MOU แล้ว กรมได้นำเสนอไฮไลต์พิเศษผ่านเมนู GI โดยฝีมือเชฟจากร้านอาหารเซียนหยวน (Xian Yuan) ที่รังสรรค์เมนูอาหารเลิศรสจากวัตถุดิบ GI อันทรงคุณค่า 7 รายการ ใน 6 เมนู เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ไทยว่ามีคุณภาพไม่แพ้วัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ 1.ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ (นครราชสีมา) และ 2.ข้าวหอมมะลิพะเยา ข้าวอัตลักษณ์ไทยสองรายการที่โดดเด่นเรื่องความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอม ในเมนู'ข้าวหอมมะลิ GI อบหอยเป๋าฮื้ออาวาบิ'3.เนื้อสุรินทร์ เนื้อวัวคุณภาพสูงที่มีไขมันแทรกลายหินอ่อนและหอมกลิ่นรำข้าวหอมมะลิ ในเมนู 'เนื้อริบอายสุรินทร์ผัดซอสฮ่องกง'
     4.ไก่เบตงยะลา เนื้อแน่น นุ่ม หนังกรุบกรอบ เอกลักษณ์จากใต้สุดของสยาม ในเมนู'ก่เบตงซอสซีอิ๊วเหล้าจีนเจลลี่' 5.กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ กุ้งตัวโต เนื้อแน่นหวาน จากลุ่มน้ำลำปาว 'เผือกทอดกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ผงกะหรี่' 6.มะยงชิดนครนายก มะยงชิดผลใหญ่ หวานกรอบ ในเมนู 'หมูหันเสิร์ฟพร้อมมะยงชิดนครนายก'ที่ผสานความแตกต่างได้อย่างลงตัว และปิดท้ายด้วย 7.สับปะรดภูแลเชียงราย สับปะรดผลเล็กรสชาติหวานที่ทานได้ทั้งแกน ในเมนู'แพนนาคอตต้าชาหอมหมื่นลี้และสับปะรดภูแล'โดยสินค้า GI ทั้ง 7 รายการ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นรวมกันสูงถึง 15,555 ล้านบาทต่อปี
     “กรมเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางการค้าที่เข้มแข็งตั้งแต่ระดับฐานราก ยกระดับคุณค่าทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสร้างแต้มต่อทางธุรกิจให้แก่สินค้าชุมชนและนำรายได้คืนสู่ท้องถิ่นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว โดยกรมขอขอบคุณหอการค้าไทย และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญและพร้อมร่วมกันผลักดันสินค้า GI ไทยในทุกมิติ เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใหม่ให้สินค้า GI ในเวทีสากลต่อไป”นางอรมนกล่าว

ดันสินค้าGIกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง หอการค้าไทย – อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดโมเดลรัฐ-เอกชน ปั้น GI ไทย ขยายฐานตลาดพรีเมียม
   กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ หอการค้าไทย และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ลงนาม MOU ครั้งสำคัญ ประกาศเจตนารมณ์ร่วมส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย สู่ตลาดพรีเมียม ผ่านเวทีจัดแสดงสินค้าระดับประเทศและระดับนานาชาติ ควบคู่กับการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในการเจรจาจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค กรุงเทพฯ
     นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายและผลักดันสินค้า GI ไทย ร่วมกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด โดยระบุว่า สินค้า GI เป็นของดีประจำถิ่นที่มีศักยภาพสูง มีชื่อเสียงและสะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิตได้อย่างชัดเจน การเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการในท้องถิ่นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ประโยชน์จาก GI อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
     ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญจากทั้ง 3 ภาคส่วน เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ตลาดโลก ช่วยลดข้อจำกัดทางการค้าของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โดยดึงศักยภาพของภาคเอกชนมาเป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้า GI เข้ากับเครือข่ายภาคธุรกิจ พร้อมเปิดเวทีจัดแสดงสินค้าที่สร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้บริโภค รวมทั้งขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มทั่วไป (B2C) ไปสู่พันธมิตรทางธุรกิจ (B2B) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     นางอรมน กล่าวว่า ภายใต้ MOU ฉบับนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกด้านการคุ้มครองสิทธิและควบคุมคุณภาพสินค้า พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า GI รวมทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการ GI เข้าร่วมโครงการภายใต้ความร่วมมือนี้อย่างเป็นระบบ สอดรับกับบทบาทของหอการค้าไทยในการเชื่อมโยงเครือข่ายหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ

     เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่น ตั้งแต่การคัดเลือกและผลักดันสินค้าที่มีศักยภาพให้เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียน GI การพัฒนาและถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานลูกค้า
     รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยใช้เสน่ห์ของสินค้า GI เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและเรียนรู้อัตลักษณ์สินค้า GI อันจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะส่วนงานที่ดูแลการบริหารจัดการศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแบบครบวงจร จะเป็นฟันเฟืองหลักในการเปิดพื้นที่ทางการค้า (Marketplace)
     และเวทีจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อผลักดันสินค้าชุมชนสู่สายตาผู้ซื้อรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนขยายตลาดสินค้า GI ผ่านเครือข่ายธุรกิจของอิมแพ็ค เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และบริการด้านการจัดเลี้ยง ที่สามารถนำสินค้า GI มาเป็นวัตถุดิบในการให้บริการ นับเป็นเวทีการค้าที่ทรงพลังในการยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม
     ทั้งนี้ ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ดังกล่าว กรมฯ ยังได้นำเสนอไฮไลท์พิเศษผ่านเมนู GI โดยฝีมือเชฟจากร้านอาหารเซียนหยวน (Xian Yuan) ที่รังสรรค์เมนูอาหารเลิศรสจากวัตถุดิบ GI อันทรงคุณค่า 7 รายการ ใน 6 เมนู เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ไทยว่ามีคุณภาพไม่แพ้วัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ 1) ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ (นครราชสีมา) และ 2) ข้าวหอมมะลิพะเยา ข้าวอัตลักษณ์ไทยสองรายการที่โดดเด่นเรื่องความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอม ในเมนู 'ข้าวหอมมะลิ GI อบหอยเป๋าฮื้ออาวาบิ'
      3) เนื้อสุรินทร์ เนื้อวัวคุณภาพสูงที่มีไขมันแทรกลายหินอ่อนและหอมกลิ่นรำข้าวหอมมะลิ ในเมนู 'เนื้อริบอายสุรินทร์ผัดซอสฮ่องกง' 4) ไก่เบตงยะลา เนื้อแน่น นุ่ม หนังกรุบกรอบ เอกลักษณ์จากใต้สุดของสยาม ในเมนู “ไก่เบตงซอสซีอิ๊วเหล้าจีนเจลลี่” 5) กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ กุ้งตัวโต เนื้อแน่นหวาน จากลุ่มน้ำลำปาว'เผือกทอดกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ผงกะหรี่'6) มะยงชิดนครนายก มะยงชิดผลใหญ่ หวานกรอบ
    ในเมนู'หมูหันเสิร์ฟพร้อมมะยงชิดนครนายก'ที่ผสานความแตกต่างได้อย่างลงตัว และปิดท้ายด้วย 7) สับปะรดภูแลเชียงราย สับปะรดผลเล็กรสชาติหวานที่ทานได้ทั้งแกน ในเมนู 'แพนนาคอตต้าชาหอมหมื่นลี้และสับปะรดภูแล' โดยสินค้า GI ทั้ง 7 รายการ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นรวมกันสูงถึง 15,555 ล้านบาทต่อปี
      นางอรมน กล่าวเสริมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางการค้าที่เข้มแข็งตั้งแต่ระดับฐานราก ยกระดับคุณค่าทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสร้างแต้มต่อทางธุรกิจให้แก่สินค้าชุมชนและนำรายได้คืนสู่ท้องถิ่นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว โดยกรมฯ ขอขอบคุณหอการค้าไทย และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญและ
     พร้อมร่วมกันผลักดันสินค้า GI ไทยในทุกมิติ เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใหม่ให้สินค้า GI ในเวทีสากลต่อไป

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px