
ข้อความที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งบนโซเชียลมีเดียจากกระทรวงแรงงาน ได้เติมเชื้อไฟให้กับข้อกล่าวหาที่กำลังคุกรุ่นอยู่แล้วว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังขยายถ้อยคำและภาพที่เชื่อมโยงกับอุดมการณ์ฝ่ายขวาจัด
วิดีโอในโพสต์ ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ เป็นภาพสไลด์ตัดต่ออย่างรวดเร็วของผลงานศิลปะที่แสดงถึงฉากอันรุ่งโรจน์ของประวัติศาสตร์อเมริกา โดยมีรูปปั้นของจอร์จ วอชิงตันเป็นฉากหลัง
คำบรรยายใต้คลิปวิดีโอนั้นเขียนว่า “หนึ่งแผ่นดินเกิด หนึ่งประชาชน หนึ่งมรดก จงจำไว้ว่าคุณคือชาวอเมริกัน”
ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียสังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านคำพูด รูปแบบ และความรู้สึก ระหว่างโพสต์ของกระทรวงแรงงานกับสโลแกนที่พรรคนาซีเคยใช้
เทอร์รี เวอร์ตส์ อดีตนักบินอวกาศของนาซาและผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต กล่าว ในโพสต์บน X ว่า “รัฐบาลสหรัฐฯ โพสต์ข้อความที่คล้ายกับ ’หนึ่งชาติ หนึ่งจักรวรรดิ หนึ่งผู้นำ′ ผมไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี
คำขวัญ 'Ein Volk, ein Reich, ein Führer' แปลว่า 'หนึ่งประชาชน หนึ่งประเทศ หนึ่งผู้นำ' ตามข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งสหรัฐอเมริกา คำขวัญนี้เป็น 'หนึ่งในคำขวัญหลัก ที่ฮิตเลอร์และพรรคนาซีใช้'
ข้อความทั้งสองไม่ตรงกันแบบคำต่อคำอย่างแน่นอน แต่ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนไม่ให้ด่วนสรุป หลายคนมองเห็นตัวอย่างอื่นๆ อีกมากมายที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ รวมถึงกระทรวงแรงงาน สะท้อนภาษา แนวคิด หรือสุนทรียภาพของกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิดเหยียดผิวในโลกออนไลน์
บิลล์ แบรนิฟ ผู้อำนวยการบริหารของห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมด้านความแตกแยกและลัทธิสุดโต่งแห่งมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า เขาเชื่อว่า “เมื่อคุณพิจารณาโพสต์นี้ในบริบทของโพสต์อื่นๆ ทั้งหมดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
แบรนิฟ กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า แม้แต่เพียงมองผิวเผิน โพสต์ดังกล่าวก็ชวนให้สงสัยหลายประการ ตัวอย่างเช่น การกล่าวอ้างว่าชาวอเมริกันมี 'มรดกทางวัฒนธรรมเดียวกัน' ขัดแย้งกับประวัติศาสตร์ของชาติที่รับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามา และเป็นการสร้างแนวคิดเรื่อง'กลุ่มภายใน'และ'กลุ่มภายนอก'ขึ้นมา
จอน ลูอิส นักวิจัยจากโครงการต่อต้านลัทธิสุดโต่ง มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน เห็นด้วยเช่นกัน
“คุณไม่ควรพยายามตีความสิ่งที่ไม่เป็นความจริงจากสิ่งรอบตัว” เขากล่าวกับ CNBC แต่ “ถึงจุดหนึ่ง คุณต้องถามตัวเองว่าต้องถามกี่ครั้งถึงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป”
“ถึงจุดหนึ่ง คุณไม่สามารถเรียกมันว่าสัญญาณลับได้อีกต่อไปแล้ว มันก็แค่เสียงนกหวีดธรรมดา” ลูอิสกล่าวเพิ่มเติมในอีเมล “จะมีกี่ครั้งที่บัญชีทางการ [ของรัฐบาลสหรัฐฯ] โพสต์เนื้อหาที่แสดงถึงลัทธิเหยียดผิวอย่างเปิดเผยโดยไม่มีผลกระทบใดๆ?”
กระทรวงแรงงาน นำโดยรัฐมนตรี ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์ ไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นจากซีเอ็นบีซี ก่อนหน้านี้ โฆษกของกระทรวงกล่าวว่า “แคมเปญบนโซเชียลมีเดียนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองแรงงานชาวอเมริกันและความฝันแบบอเมริกัน”
คำกล่าวนี้เป็นการตอบสนองต่อรายงานของเดอะการ์เดียน เกี่ยวกับการที่ผู้นำสหภาพแรงงานประณามกระทรวงแรงงานเรื่องโพสต์ดังกล่าว
“ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ระบอบเผด็จการจะโพสต์โฆษณาชวนเชื่อแบบเผด็จการบนเครือข่ายโซเชียลมีเดียแบบเผด็จการอย่าง X แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการเห็น DOL โพสต์ข้อความที่รับใช้เป้าหมายเผด็จการและลัทธิเหยียดผิวขาว” ปูเน็ต มหาราจ กรรมการบริหารของสหภาพพยาบาลแห่งชาติ ซึ่งเป็นสหภาพพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ กล่าวกับสื่อดังกล่าว
ร่องรอยแห่งการกล่าวหา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อฝ่ายขวาจัดหรือชาตินิยมผิวขาวผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลดูเหมือนจะยิ่งเน้นย้ำข้อความที่เป็นที่ถกเถียงเหล่านี้มากขึ้น
เมื่อวันพุธ ก่อนการเจรจาทางการทูตเกี่ยวกับความพยายามที่ก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการได้มาซึ่งกรีนแลนด์ ทำเนียบขาวได้เผยแพร่ การ์ตูนที่อาจสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งแสดงให้เห็นรถเลื่อนสุนัขสองคันอยู่ที่ทางแยก โดยเส้นทางหนึ่งนำไปสู่สหรัฐอเมริกา และอีกเส้นทางหนึ่งนำไปสู่รัสเซียและจีน
ข้อความที่เขียนอยู่เหนือภาพนั้น ซึ่งถูกโพสต์บนบัญชี X อย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว ระบุว่า 'จะไปทางไหนล่ะ ชาวกรีนแลนด์?'
นักวิจารณ์กล่าวหาว่าเรื่องราวนี้เลียนแบบ 'Which Way Western Man?' ซึ่งเป็นชื่อหนังสือปี 1978 ที่ปกป้องฮิตเลอร์และสนับสนุนมุมมองชาตินิยมผิวขาวและต่อต้านชาวยิว หนังสือเล่มนั้นเขียนโดยวิลเลียม เกย์ลีย์ ซิมป์สัน ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มนีโอนาซีที่ชื่อว่า National Alliance
วลีนี้ ได้รับความนิยมในกลุ่มขวาจัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยถูกนำไปใช้ในมีมต่างๆ ที่นำภาพที่แสดงถึงสังคมสมัยใหม่มาเปรียบเทียบกับภาพที่แสดงถึงประเพณีดั้งเดิมในแง่ลบ
ข้อความที่ทำเนียบขาวโพสต์นั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่วลีในลักษณะเดียวกันปรากฏในบัญชีโซเชียลมีเดียของหน่วยงานรัฐบาล
ห้าเดือนก่อนหน้านั้น กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติได้โพสต์ภาพรับสมัครงานของ ICE พร้อมคำบรรยายว่า “ชายชาวอเมริกัน คุณจะเลือกทางไหน?”
ในขณะนั้น นางทริเซีย แมคลาฟลิน ผู้ช่วยเลขาธิการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า คำถามของนักข่าว เกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่'น่าอับอาย'
ในการตอบคำถามเกี่ยวกับโพสต์จากบัญชีของทำเนียบขาวและกระทรวงแรงงาน โฆษกทำเนียบขาว อบิเกล แจ็กสัน กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า “ดูเหมือนว่าสื่อกระแสหลักได้กลายเป็นมีมของตัวเองไปแล้ว นั่นคือพวกฝ่ายซ้ายวิปลาสที่อ้างว่าทุกสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบต้องเป็นโฆษณาชวนเชื่อของนาซี การโจมตีแบบนี้มันน่าเบื่อและซ้ำซากแล้ว ตั้งสติหน่อยเถอะ”
เมื่อวันที่ 8 มกราคม กระทรวงแรงงานได้โพสต์ ภาพของทรัมป์กำลังทำความเคารพ พร้อมข้อความว่า 'เชื่อมั่นในแผน' ซึ่งเป็นวลีที่ใช้กันบ่อยในกลุ่มผู้ติดตามทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวาจัดที่รู้จักกันในชื่อ QAnon
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บัญชีทางการของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ (DHS) ได้โพสต์ภาพรับสมัครงานของ ICE พร้อมประกาศว่า'เราจะได้บ้านของเราคืนมา'
วลี ดังกล่าวสอดคล้องกับชื่อเพลง 'By God We’ll Have Our Home Again' ซึ่งเนื้อเพลงนั้น'ได้รับการระบุว่าเป็นผลงานของกลุ่มนีโอนาซีในสหรัฐอเมริกา' ตามข้อมูลจาก Hatepedia ของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งโทรอน โต
เมื่อแมคลาฟลินถูกถามในรายการ CNN เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำดังกล่าวของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (DHS) เธอได้กล่าวหาผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า 'สร้างความโกรธแค้นปลอมๆ ขึ้นมา'
“มีบทกวีมากมาย มีเพลงมากมาย มีหนังสือมากมายที่มีชื่อเดียวกัน และความจริงที่ว่าผู้คนอยากจะเลือกหยิบยกเฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับลัทธิชาตินิยมผิวขาวมาใช้...จึงไม่น่าแปลกใจที่เราเห็นการโจมตีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางและรุนแรงเช่นนี้”เธอกล่าว
ภาพที่กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ (DHS) โพสต์ ซึ่งมีภาพเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนและคาวบอยขี่ม้าอยู่เชิงเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะด้วยนั้น ปรากฏขึ้นสองวันหลังจากที่เจ้าหน้าที่ ICE โจนาธาน รอสส์ ยิงและสังหารเรเน่ นิโคล กู๊ด ระหว่างการทะเลาะวิวาทในเมืองมินนิอาโพลิส
ศูนย์กฎหมายเพื่อความยากจนในภาคใต้ (Southern Poverty Law Cente r)กล่าวว่า การที่รัฐบาลหันมาสนใจเนื้อหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลัทธิชาตินิยมผิวขาวในช่องทางโซเชียลมีเดียของรัฐบาล อาจเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เมื่อกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ (DHS) แชร์การ์ตูนของลุงแซมที่เรียกร้องให้ชาวอเมริกัน'รายงานผู้รุกรานจากต่างชาติทั้งหมด' ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE)
บางโพสต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด กลับสร้างการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์ได้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น โพสต์ของกระทรวงแรงงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดเข้าชมเกือบ 23 ล้านครั้งบนเว็บไซต์ X เพียงแห่งเดียว ซึ่งอาจทำให้เป็นโพสต์ที่มีคนดูมากที่สุดของบัญชีนั้นเลยก็ว่าได้
แต่สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสื่อสารในวงกว้างที่มักส่งเสริมภาพและสโลแกนที่ชวนให้นึกถึงโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามและภาพลักษณ์ในอุดมคติของความเป็นอเมริกันและประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
กระทรวงแรงงานเพิ่งนำภาพวาดทางประวัติศาสตร์มาเผยแพร่พร้อมคำบรรยาย ซึ่งบางครั้งมีเนื้อหาที่แสดงออกถึงความเป็นคริสเตียนอย่างโจ่งแจ้งนอกจากนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญบนโซเชียลมีเดียที่ใช้ภาพประกอบที่ดูเหมือนสร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายผิวขาว
ในเดือนพฤศจิกายน ครอบครัวของนอร์แมน ร็อคเวลล์ จิตรกรชื่อดังแห่งศตวรรษที่ 20 กล่าวหา DHSว่านำผลงานของบรรพบุรุษของพวกเขาไปใช้ในทางที่ผิด 'เพื่อจุดประสงค์ในการกดขี่ข่มเหงชุมชนผู้อพยพและคนผิวสี'
ผู้เชี่ยวชาญด้านลัทธิสุดโต่งบางคนกล่าวว่า การสื่อสารข้อความดังกล่าวเริ่มเปิดเผยมากขึ้น
แบรนิฟ กล่าวว่า วิธีหนึ่งที่จะรู้ได้ก็คือ 'พวกนีโอ-นาซีเองก็สังเกตเห็น'และกำลังพูดถึงถ้อยคำของฝ่ายบริหาร
เขากล่าวเสริมว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านลัทธิสุดโต่งและนักวิชาการด้านลัทธิฟาสซิสต์คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงผู้นำสหภาพแรงงานที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระทรวงแรงงานด้วย
'มันเกี่ยวข้องทั้งกับความถี่ในการเผยแพร่เนื้อหา และฉากหลัง' แบรนิฟกล่าว 'ดูเหมือนว่าตอนนี้มันค่อนข้างชัดเจนแล้ว'













